###ในแสงสลัว##


เมื่อนักแสดงชาวอเมริกัน คริสโตเฟอร์ รีฟ
ฟื้นขึ้นจากอาการโคม่าที่โรงพยาบาลและรับรู้ว่าเขากลายเป็นอัมพาตตั้งแต่คอลงไปนั้น
สิ่งแรกที่เขาคิดคือการฆ่าตัวตายให้พ้นทุกข์

ดานา ภรรยาของเขาบอกว่าขอผ่านเวลาสักสองปีก่อนได้หรือไม่ เธอบอกเขาว่า
"หากถึงตอนนั้นคุณยังไม่หาย ฉันจะช่วยฆ่าคุณเอง"

สองปีผ่านไป
เขาเลิกล้มความคิดที่จะฆ่าตัวตาย

เธอบอกคนอื่นในภายหลังด้วยเสียงหัวเราะว่า
"ฉันก็สัญญาเขาไปยังงั้นแหละ... สัญญาแบบพวกเซลส์แมนไง"

ดานาเป็นหญิงสาวสวย เป็นนักแสดงและนักร้องที่ประสบความสำเร็จในอาชีพ
หลังจากที่เขาประสบอุบัติเหตุตกม้าและเป็นอัมพาตถาวร
เธอก็ละทิ้งอาชีพการงานของเธอ ไปเคียงข้างเขาให้มีกำลังใจสู้ชีวิตต่อไป

ดานาไม่เคยสิ้นความหวังที่จะหาทางรักษาสามี
พวกเขาเสาะหานักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาประสาทวิทยาและต่อมาก็ก่อตั้งมูลนิธิ
องค์กรวิจัยงานทางวิทยาศาสตร์เพื่อช่วยเหลือคนเป็นอัมพาต
พวกเขาพยายามต่อสู้เพื่อให้รัฐสนับสนุนการวิจัยปลูกถ่ายสเตม เซลล์
ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลไม่สนับสนุน ด้วยเหตุผลทางการเมืองที่อิงกับศาสนาและคะแนนเสียงเลือกตั้ง
โดยบอกว่า มันเป็นเรื่องเหนือกงการมนุษย์ที่ไปก้าวก่าย 'ผลงาน' ของพระเจ้า

9 ปีถัดมา เขาก็จากเธอไป

เก้าปีสำหรับคนที่เป็นอัมพาตอาจดูยาวนานเหมือนอนันตกาล แต่สำหรับเขา
มันเป็นของขวัญ ทุกๆ วันที่เขายังหายใจได้เป็นวันพิเศษ
เขายังคงเล่นและกำกับหนัง ร่วมกิจกรรมการกุศลต่างๆ
ทั้งที่ต้องนั่งบนเก้าอี้เข็นตลอดเวลา

เขาบอกว่า
"เขาโชคดียิ่งที่มีคู่ชีวิตเช่นเธอ"
ทั้งสองแต่งงานมานานสิบสองปี รักกันมาก
และเพราะความรักนี้เองที่ทำให้เขาอยู่ยาวขนาดนั้น


เมื่อเขาจากโลกไปนั้น เธอบอกว่า
แสงสว่างของเธอดับวูบ
เธอสูญเสียเพื่อนที่ดีที่สุดไปแล้ว

เธอนั่งทำงานในห้องทำงานของเขา บนผนังแขวนโปสเตอร์หนังใส่กรอบ
เรื่อง In the Gloaming (ในแสงสลัว - 1997)
ภาพยนตร์ที่เขากำกับให้เอชบีโอ ทุกสิ่งในห้องนี้ดูเรียบร้อยกว่านี้เมื่อเขายังมีชีวิตอยู่
เขาไม่ชอบให้ข้าวของระเกะระกะ

แต่ตอนนี้ไม่มีร่างของเขา

"ตอนนี้ - มากกว่าที่เคยเป็น ฉันรู้สึกว่าคริสอยู่กับฉัน
ขณะที่ฉันกำลังเผชิญหน้าความท้าทายนี้ เช่นที่เป็นมาเสมอ
ฉันมองเขาเป็นสุดยอดตัวอย่างของคนที่ต่อสู้อุปสรรค
ด้วยพลัง ความกล้าหาญ และความหวัง"

เธอซ่อนความเศร้าไว้ภายใน แล้วก็ลุกขึ้นมาใหม่ สานต่องานของเขา
นั่นคือเรี่ยไรเงินให้มากพอสำหรับการวิจัยของมูลนิธิ โดยเฉพาะเมื่อปราศจากสามีผู้มีชื่อเสียง
การเรี่ยไรเงินไม่ใช่งานง่าย การโน้มน้าวใจคนในรัฐบาลยิ่งยากเย็น
ใบหน้าของเธอเป็นที่คุ้นตาในวอชิงตันมากขึ้น
เมื่อเธอพยายามล็อบบี้กฎหมายบางฉบับเพื่อให้สามารถทำการวิจัย
การปลูกถ่ายสเตม เซลล์

ชีวิตและงานเดินหน้าต่อไป มูลนิธิมอบเงินสนับสนุนโครงการต่างๆ มากมายเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
จนถึงวันนี้มูลนิธิให้เงินสนับสนุนการวิจัยมากกว่า 55 ล้านเหรียญ
และโครงการใหม่ของเธอเองอีก 8 ล้านเหรียญ

สิบเดือนหลังจากเขาจากไป หมอบอกเธอว่าเธอเป็น
มะเร็งปอด
เป็นข่าวที่ไม่มีใครคาดคิด เพราะเธอไม่สูบบุหรี่
หลายคนเชื่อว่าความเศร้าที่รุมเร้าเธอหลังจากความตายของเขาน่าจะมีส่วนมากที่ทำให้เธอล้มป่วย

"ฉันเรียนรู้มากมายเกี่ยวกับความโศกเศร้าว่า มันมักหมุนเป็นวงจริงๆ ..."
เธอเล่าในสัมภาษณ์ครั้งหนึ่ง
"...คริสกับฉันเคยพูดกันเมื่อเขาประสบอุบัติเหตุว่า
'เอาละ นี่อาจจะเป็นสิ่งเลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นกับเรา
แต่อย่างน้อยที่สุดเราก็มีกันและกันที่จะช่วยฟันผ่ามันไปด้วยกัน' ..."


อีกครั้ง - ในแสงสลัว -
เธอต้องฟันผ่าโรคร้ายด้วยตัวเองคนเดียว

หลังจากผ่านการรักษาด้วยกัมมันตภาพรังสี และสูญเสียเส้นผม
เธอสวมวิกที่ยืมมาจากเพื่อน ออกงานการกุศล
เธอยังร้องเพลงด้วยรอยยิ้มราวกับไม่มีเรื่องร้ายใดๆ
เกิดขึ้นกับเธอ

อาจเป็นความรักอันท่วมท้นที่ไม่มีวันเหือดแห้งของเขาที่มีต่อเธอที่ทำให้เธอเข้มแข็งต่อไป
เธอบอกว่า
"มันเป็นเรื่องที่ออกจะลี้ลับสักหน่อย แต่ใครบางคนบอกว่า
'เขาจะอยู่กับคุณเสมอไป'
... ฉันคิดว่าใครคนหนึ่งต้องรักคุณมากถึงขนาดที่เกิดพลังงานที่จะอยู่ร่วมกับคุณ
และนั่นเป็นความรู้สึกสบายอย่างหนึ่ง และมันรู้สึกเหมือนกับว่ามันเป็นจริง"

อาจเป็นเพราะความรักของมนุษย์ไม่มีวันเหือดแห้ง ที่ทำให้มนุษยชาติอยู่รอดมาถึงวันนี้

ความรักสามารถทำให้คนคนหนึ่งลุกขึ้นยืน ก้าวเดินไปข้างหน้า
ความรักอันแท้จริงทำให้เราแลเห็นคุณค่าของชีวิต ทั้งของเราเองและของผู้อื่น
มีแต่รักแท้ที่ทำให้เราเกิดเมตตาต่อสรรพชีวิตโดยไม่มีข้อแม้

เพราะนี่เป็นโลกที่แสนยุ่งเหยิงและเศร้าสลัวเสมอ
เราจึงต้องการแสงสว่างของความรักขับไล่ความสลัวนั้น



ดานา รีฟ
จากโลกไปเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2549
หนึ่งปีกับห้าเดือนหลังจากคนที่เธอรักตายไป
เธอมีอายุเพียง 44 ปี

แต่ช่วงชีวิตของเธอไม่นับว่าสั้นแม้แต่น้อย
เพราะโลกของเธอคือโลกแห่งความสว่างไสว

บางทีความรักของคนบางคู่ยิ่งใหญ่เกินไปที่จะถูกจำกัดด้วยเวลา
เป็นความรัก -เช่นที่เธอว่า - ขนาดที่เกิด
'พลังงานที่จะอยู่ร่วมกัน'

นั่นเป็นความรู้สึกสบายอย่างหนึ่ง และมันรู้สึกเหมือนกับว่ามันเป็นจริง
............................


แด่ ดานา - คริสโตเฟอร์ รีฟ
............................


วินทร์ เลียววาริณ
8 มีนาคม 2549 คมคำคนคม

Love is the difficult realization that
something other than oneself is real.

Iris Murdoch (1919 - 1999)


รักคือการรับรู้ความจริงที่แสนยากว่า
บางสิ่งนอกเหนือจากตัวเราเองนั้นเป็นจริง

ไอริส เมอร์ดอค (1919 - 1999)