แรงบันดาลใจเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากๆ เพราะร่างกายของคุณสามารถใช้ประโยชน์จากพลังงานของคุณได้เต็มที่

ร่าง กายคุณจะสามารถปีนเอเวอร์เรสได้เพราะจิตใจของคุณบอกว่าทำได้ หลายคนไม่ประสบความสำเร็จทั้งๆ ที่เรื่องเหล่านั้นง่ายนิดเดียว นั่นเป็นเพราะแรงบันดาลใจไม่เพียงพอ

หัวข้อต่างๆ ข้างล่างนี้เป็นเคล็ดลับเพื่อช่วยให้คุณได้รับแรงบันดาลใจ และเก็บมันไว้ให้อยู่กับคุณ เพื่อให้คุณมีชีวิตที่ดีขึ้น



1. ละเว้นเรื่องไม่สำคัญ

การ เรียนรู้ที่จะละเว้น หรือปฏิเสธเรื่องที่ไม่สำคัญออกไปบ้าง มันคุ้มค่ามากกว่าที่คุณคิด เราอาจไม่เคยเรียนรู้มันในมหาวิทยาลัย แต่ในชีวิตจริงเราต้องเริ่มเรียนรู้ที่จะละเว้นสิ่งที่ไม่สำคัญ มันช่วยคุณประหยัดพลังงาน สร้างแรงจูงใจที่สนับสนุนให้คุณโฟกัสในสิ่งที่จำเป็นต้องทำ และทำอย่างมีประสิทธิผล



2. เข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณเบื่อ

จง หลีกเลี่ยงมัน ความเบื่อเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ และดิฉันเองก็เป็นคนที่ทนอะไรที่น่าเบื่อไม่ได้ ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปในโซนที่น่าเบื่อทั้งหลาย



3. เก็บบันทึกการคิดค้นของคุณ

คุณจำได้ไหมว่าเมื่อไหร่ที่คุณประสบความสำเร็จครั้งสำคัญ ครั้งแรกของชีวิตของคุณ เรา มักจะมองการจดบันทึก และเขียนลงความรู้สึกของเรา ดิฉันเคยค้นเจอสมุดบันทึกว่าอยากทำอะไรแล้วมาดู ดิฉันก็ทำเสร็จไปหลายเรื่องแล้ว แต่บางอันก็ลืมไปแล้ว พอได้อ่านก็ได้แรงบันดาลใจกลับมาอีกครั้ง



4. Clean Up บ้านของคุณ

เชื่อ ดิฉันเถอะ วิธีที่ยอดเยี่ยมในการทำความสะอาดขยะภายในบ้านจะทำให้คุณรู้สึกปลอดโปล่ง และรู้สึกเบาขึ้น คุณจะรู้สึกว่าสมองลื่นไหล ไอเดียบรรเจิดขึ้นเยอะ



5. การออกกำลังกาย



เป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดในการเรียกแรงจูงใจ เพราะเลือดหมุนเวียน ทำให้สมองปลอดโปร่ง และจิตใจแจ่มใส เวลาที่คุณออกกำลังกาย ทุกส่วนในร่างกายได้ผลิตสาร Endorphins ซึ่งช่วยการกระตุ้นความคิดให้กลับมาได้อีกรอบ



6. อ่านเรื่องราวความสำเร็จ

เช่น เดียวกับในคนอื่นๆ เรื่องราวความสำเร็จที่ได้อ่านหรือรับฟังมาอาจเป็นแรงบันดาลใจให้คุณได้ และที่สำคัญยังอาจช่วยให้คุณได้ไอเดียในการคิดเรื่องใหม่ๆ หรือเรื่องเก่าในอีกแนวทางหนึ่งที่คุณอาจไม่เคยคิดถึงในแง่อื่นมาก่อน



7. ฟังเพลง ดูหนัง หรืออ่านหนังสือที่ดี

สิ่ง เดียวที่ดีกว่าความเงียบนั่นคือการได้ฟังเพลงที่ดี ตัวอย่างชีวิตดีๆ และไอเดียใหม่ๆ มักเกิดจากการเห็นอย่างดูหนัง จิตนการบรรเจิดเมื่อเราอ่านหนังสือค่ะ ดิฉันแนะนำให้มีปากกากระดาษสำหรับโน้ตไอเดียที่ผุดขึ้นมา ที่สำคัญมันเป็นเครื่องมือการเปลี่ยนอารมณ์ที่ดีค่ะ



8. เก็บมาจากการอ่านประทับใจ



gเพียงหนึ่งประโยคจากใครบางคนอาจทำให้คุณมีความคิดใหม่ๆ หรือมีแรงบันดาลใจที่ดี ลองหาแรงบันดาลใจจากคำคม blog posts, ebooks หรือหลายๆ สื่อที่สามารถหาได้ ให้ลองตีความหมายอย่างกระจ่างและทำความเข้าใจให้ถ่องแท้อย่างเป็นจริงเป็น จัง จดจำคำที่คุณชอบนั้นไว้เพื่อปฏิบัติให้ได้ในอนาคต



9. ประเมินความก้าวหน้าของคุณ

หากการทำงานอย่างต่อเนื่องจะทำให้คุณมีความคืบหน้าแล้ว ลอง หันกลับไปดูความพึงพอใจจากสิ่งที่คุณสร้างขึ้น รวบรวมประมวลผลในสิ่งที่ได้กระทำดูว่ามีความพอใจในผลงานมากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้วางแผนงานเพื่อเพิ่มพลังงานของคุณ



10. พูดคุยเกี่ยวกับโครงการของคุณ

ร่วม พูดคุยกับเพื่อนหรือครอบครัวของคุณ ให้คนเหล่านั้นรู้ว่าคุณกำลังทำสิ่งใดอยู่ และนอกจากนี้ยังจะสร้างระดับของความรับผิดชอบบางอย่างในตัวคุณ ซึ่งส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะผลักดันคุณไปข้างหน้า



11. ทำทีละอย่าง



multitasking เป็น ตำนานไปแล้ว คนที่ทำอะไรเร็วๆ ไปพร้อมๆ กันไม่ใช่คนเก่งอีกต่อไป ที่สำคัญยิ่งทำให้คุณแก่เร็วขึ้นอีก ขนาดคอมพิวเตอร์ก็ยังทำหลายอย่างพร้อมกันได้ไม่ดีเลย แถมแฮ้งอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะทำสิ่งใดก็ตาม ควรจัดการคัดเลือกสิ่งสำคัญที่จะต้องทำก่อนมาเป็นอันดับแรกๆ และตั้งใจทำในสิ่งนั้นให้ดีที่สุดแล้วจึงค่อยทำในสิ่งอื่นต่อไป



12. เขียนเป้าหมายที่ชัดเจน

เขียน เป้าหมายของคุณให้ชัดเจน จัดระเบียบชีวิตให้เป็นสัดส่วน เมื่อจิตใจของคุณทำงานได้ดี ก็จะสามารถรู้ได้ว่าสิ่งไหนที่มันต้องทำ และสิ่งไหนที่ยังไม่ต้องทำ



13. ไม่ได้มุ่งเพื่อความสมบูรณ์แบบ

ความ สมบูรณ์แบบเป็นจุดสิ้นสุดตั้งแต่เริ่มคิด ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะหลายปีที่ผ่านมาดิฉันตั้งจุดหมายไว้ในใจว่าจะออกหนังสือให้ได้ จนแล้วจนรอดดิฉันก็ยังทำไม่สำเร็จ เพราะแค่คิดว่ามันต้องดีที่สุด ตอนนี้ดิฉันยอมรับว่าไม่มีอะไรเพอร์เฟ็คที่สุด ขอแค่ทำมันด้วยใจรักตามแรงบันดาลใจของดิฉันเท่านั้น



14. ยอมรับความล้มเหลว

ความ ล้มเหลวกับความสำเร็จเป็นเพียงผลจากการกระทำของคุณ หนึ่งสิ่งที่ใหญ่ที่สุดของศัตรูแห่งแรงจูงใจคือความกลัวความล้มเหลว กลัวว่าผลของคุณจะเปิดไม่ดี ยอมรับมัน มันอาจจะมีสักเสี้ยวที่ไม่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องหยุดทำในสิ่งที่คุณกำลังทำ ให้คุณทำดีที่สุดและหวังดีที่สุด



15 สร้างความท้าทายส่วนบุคคล



ความท้าทายส่วนบุคคลจะถูกเป้าหมายระยะสั้นซึ่งโดยปกติ 15 - 90 วัน เช่นเดียวกับการเริ่มต้นออกกำลังกายหรือการสร้างนิสัยจากรอยขีดข่วนในเวลา 15 วัน การใช้ความท้าทายส่วนบุคคล จะช่วยเสริมสร้างพลังภายในของคุณเช่นเดียวกับการออกกำลังกายเสริมสร้างกล้าม เนื้อของคุณ ยิ่งคุณมีแรงจูงใจมากขึ้นคุณจะยิ่งรู้สึกว่าอยากจะทำมากยิ่งขึ้น

ทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วนั้นอยากให้คุณผู้อ่านลองนำไปปฏิบัติดูนะคะ เชื่อว่าทางแห่งความสำเร็จคงเข้าใกล้มาได้บ้างไม่มากก็น้อย

http://www.slimupcenter.co.th/content/get-ready/th/gr_031.php?;TB_iframe=true&height=590&width=960