ทุกข์ คือ ความคิดนี่แหละ...! ความคิดที่ปรารถนาออกไปนอกตัวนอกตน หรืออยากเป็นโน่นเป็นนี่ แต่เป็นไม่ได้ดังใจตัวเองที่คิดต้องการ ก็กลายเป็นความทุกข์ใจเกิดความทรมานจิตใจเพราะเราไม่สามารถจะดับทุกข์ที่ใจของเราได้

การปฏิบัติธรรมจึงเป็นเครื่องขจัดขัดเกลาจิตใจของเราให้สงบลง ให้มีธรรมเป็นเครื่องปกป้องคุ้มครอง ใจเราก็ไม่หลง ไม่หลงเป็นสุขกว่า ถ้าหลงมันเป็นทุกข์ เหมือนคนตาบอดเดินไม่ถูกทาง มันไปนอกทางเสียแล้วล่ะก้อ ชนโน่นชนนี่และโน่นเตะนี่แต่ถ้าไม่หลงก็เหมือนคนตาดีก็เดินไปตรงทาง ฉะนั้นถือว่าเรามาปฏิบัติเพื่อกันความทุกข์ใจ

ทุกข์มี ๒ ทาง คือ ทุกข์กายกับทุกข์ใจ สิ่งที่จะแก้ให้พ้นทุกข์ได้ก็คือ การรู้ใจตนเอง โดยการเข้ามาประพฤติปฏิบัติทำใจของเราให้ละความร้อนใจ ให้กลายเป็นคนใจเย็น ถ้าใจเย็นแล้วไม่มีอะไรเป็นทุกข์เลย

อะไรทำใจร้อนใจ ? การคิดมาก การคิดไม่หยุด ความคิดนึกที่ไม่เป็นธรรม ความคิดที่ไม่ปล่อยวาง ความคิดที่ไม่เป็นกลาง คิดเข้าข้างตัวเอง ไม่มีเหตุผล เมื่อใจของเราเองไม่เป็นกลาง มันก็กลายเป็นอคติลำเอง ก็ไม่มีความสุขใจได้

การมาวัดจึงมารู้จักทุกข์ รู้จักดับทุกข์ด้วยการเริ่มต้นปฏิบัติ เช่น กำหนดรู้ลมหายใจเข้า นึกในใจว่า พุทหายใจออกนึกในใจว่า โธทำไปเรื่อยๆ อย่างนี้ มันก็จะรู้เอง จะฉลาด จะเข้าใจมากขึ้นไปเอง พอใจสงบแล้วก็รู้ธรรมเห็นธรรมขึ้นมาได้ แต่ถ้าใจไม่สงบ มันจะรู้ธรรมเห็นธรรมไม่ได้ เพราะเรายังอยู่ในความหลง

ฉะนั้นเราจะต้องเข้ามาฝึกศีลฝึกสมาธิให้เกิดขึ้น ทำแสงสว่างแห่งปัญญาของเราให้เกิดขึ้น ให้พระรัตนตรัยตั้งอยู่ในใจของเรา แล้วเราก็จะไม่มีทุกข์อะไรอีกต่อไป



www.vimokkha.com/dukka.html