การพัฒนาองค์กรมีการเปลี่ยนยุคสมัยมาแล้ว 3 ยุค จะเรียกด้วยคำเท่ห์ๆ เหมือนกับ Version ของ Software คอมพิวเตอร์

1. การพัฒนาองค์กร 1.0

2. การพัฒนาองค์กร 2.0

3. การพัฒนาองค์กร 3.0

มาดูกันครับว่าแต่ละยุคแต่ละสมัยเป็นอย่างไรกันบ้าง

การพัฒนาองค์กร 1.0 (Kurt Lewin’s Model)

ยุคนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยปฏิวัติอุตสาหกรรม (ช่วงปี 1760) ในยุคนี้วัตถุดิบทุกอย่างเริ่มต้นจากการทำเหมืองแร่ มีนักจิตวิทยาสังคมศาสตร์ท่านหนึ่งชื่อ Kurt Lewin ได้ศึกษาพฤติกรรมขององค์กร จากการศึกษาการทำงานในเหมืองแร่ Kurt Lewin ค้นพบว่าการขุดพบแร่ในเหมืองมีด้วยกัน 3 ขั้นตอนคือ

1. ขุด - เจาะ - ทุบ - ทำลาย ขั้นตอนการขุดพบแร่ต่างๆ ในเหมือง

2. ลำเลียง เคลื่อนย้ายแร่ต่างๆ เข้ามาสู่กระบวนการต่อๆ ไป

3. หลอมรวม หล่อหลอมแร่ต่างๆ นั้นทำเป็นชิ้นส่วนเครื่องจักรกลต่างๆ มากมาย

จึงเป็นที่มาของ การพัฒนาองค์กรยุค 1.0 เฉกเช่นเดียวกับการถลุงแร่ขึ้นมาหลอมในยุคนั้นการพัฒนาองค์กรทำได้ง่ายๆ เพราะองค์กรไม่หลากหลายเท่าปัจจุบัน องค์กรส่วนมากมุ่งเน้นการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ดังนั้น การพัฒนาองค์กรในยุคนี้ จึงเป็นแบบคล้ายๆ กัน คือ

1. Unfreezing ละลายความเชื่อดั้งเดิมคือระบบเกษตรกรรม

2. Movement เพิ่มความรู้ใหม่ๆ ความเชื่อใหม่ๆ เข้าไปว่าสิ่งที่ดีกว่าเป็นอย่างไร

3. Refreezing คงระดับของการกระทำใหม่ๆ นั้นให้คงที่

การพัฒนาองค์กร 2.0 (Action Research Model)

ยุคนี้เป็นยุคที่สินค้าในท้องตลาดมีเพิ่มมากขึ้น มีการแข่งขันด้านคุณภาพของสินค้าและบริการมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นยุคที่องค์กรต่างๆ หันมาให้ความสนใจด้านการพัฒนาคุณภาพของสินค้าและบริการของตนเอง

ยุคนี้เมื่อลูกค้าไม่พึงพอใจในการใช้สินค้าก็จะเปลี่ยนไปใช้สินค้าของคู่แข่งได้ง่ายขึ้นกว่าเก่า ดังนั้น แต่ละองค์กรจึงหันมาดูแลในการแก้ปัญหาต่างๆ ให้กับลูกค้า โดยการมาพิจารณาปัญหา (Problem) จากการผลิตสินค้าและบริการ โดยมุ่งเน้นที่กระบวนการผลิตมากกว่าที่ตัวคน เกิดเป็นกระบวนการพัฒนาองค์กรที่เรียกว่า Action Research Model ขึ้นมา

การพัฒนาองค์กรในยุคนี้มุ่งเน้นการ “แก้ไขปัญหา” และ “ควบคุมคุณภาพงาน” เพื่อให้ผลงานที่ออกมาในการทำงาน ดีขึ้นไปจนถึง “สิ่งที่คาดหวังเอาไว้”

Model การพัฒนาองค์กรที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีคือ PDCA

1. Plan การวางแผนการทำงานร่วมกัน

2. Do การลงมือทำตามแผนที่วางเอาไว้

3. Check การตรวจสอบผลการทำงานว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้หรือไม่

4. Action การแก้ไขปัญหาช่องว่างระหว่างสิ่งที่ทำกับสิ่งที่คาดหวัง

โดยกระบวนการเหล่านี้ มองที่ ปัญหา (Problem) ที่เกิดขึ้นในระบบแล้วจึงนำมาพัฒนาต่อไป เป็นที่มาของ การพัฒนาองค์กรยุค 2.0 เช่นเดียวกับการแก้ไขปัญหาในกระบวนการผลิตสินค้านั่นเอง

การพัฒนาองค์กร 3.0 (Positive Model)

ยุคนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงมาจากการพัฒนาองค์กร 2.0 กล่าวคือ ในยุคที่ 2 นั้น การเป็นการพัฒนาองค์กรที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาในองค์กร โดยเริ่มจากกระบวนการต่างๆ จนมาถึงตัวคน (Man) ก็ยังมีการมุ่งเน้นการค้นหาและแก้ไขปัญหาตัวคนขององค์กรอยู่

แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป คนที่เคยเป็นเพียงแรงงาน (Man) ให้กับระบบการผลิตก็เปลี่ยนเป็นสิ่งที่มากกว่าแรงงาน เราเรียกว่า ทุนมนุษย์ (Human) ในยุคปัจจุบันนี้ เราพบว่า การมุ่งเน้นที่จะค้นหาและแก้ไขปัญหาในคนอย่างเดียวกลับทำให้คนเกิดความรู้สึกไม่ดี ที่มีคนอื่น โดยเฉพาะหัวหน้างาน คอยจับผิดอยู่ตลอดเวลา

คนที่ปัจจุบันเรียกว่าทุนหรือทรัพยากรบุคคล มีทั้งจิตใจ อารมณ์และความรู้สึก เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้นกว่าเดิม ไม่มีใครที่จะทำงานได้อย่างเต็มที่ เต็มกำลังของตนเอง หากว่ามีหัวหน้าคอยจับผิด หรือมีเส้นความคาดหวังของผลงานวางเอาไว้แล้วก่อนลงมือทำ

ในยุคนี้จึงได้ผสมผสานหลักแนวคิดจิตวิทยาเชิงบวก (Positive Psychology) เข้ามาเพื่อลดสิ่งเหล่านี้ลง โดยการมองข้ามปัญหาของการทำงานไปค้นหาสิ่งดีๆ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต มากกว่าการจับผิดในสิ่งไม่ดีต่างๆ นั้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการพัฒนาองค์กรตามไปด้วย จนกลายเป็นการพัฒนาองค์กร 3.0 ในปัจจุบัน เรียกว่า Positive Model

Model การพัฒนาองค์กร ที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีคือ Appreciative Inquiry (AI)

1. Discovery การร่วมกันค้นหาสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในองค์กร

2. Dream การร่วมกันวาดภาพฝันในอนาคตที่จะเกิดขึ้น

3. Design การวางแผนเพื่อให้ภาพฝันนั้นเกิดขึ้นจริง

4. Destiny การลงมือทำตามแผนเป็นขั้นเป็นตอน ตามจุดแข็งต่างๆ

ในยุคนี้ เรามุ่งเน้นการ “จับถูก” หรือ การ “ค้นหาสิ่งดีๆ ที่ซ่อนอยู่” ในระบบไม่ว่าจะเป็น กระบวนการผลิต คน วัตถุดิบ เครื่องมือเครื่องจักร ขั้นตอน วิธีการ เมื่อค้นหาได้แล้วแม้เล็กน้อยเพียงใดก็ตามก็สามารถนำสิ่งดีๆ นั้นมาพัฒนาองค์กรได้แม้ไม่ได้แก้ไขปัญหาอย่างเช่นการพัฒนาองค์กรในยุคก่อนๆ ก็ตาม

ความแตกต่างระหว่างการพัฒนาองค์กรแต่ละยุค

1. การพัฒนาองค์กร 1.0 (Kurt Lewin’s Model)

การพัฒนาองค์กรในยุคนี้เป็นยุคแรกเริ่มของการเปลี่ยนแปลงองค์กร มีโมเดลที่เข้าใจง่ายในเรื่องการยกระดับองค์กรให้ดีขึ้นในแง่มุมต่างๆ เป็นรากฐานที่ดี สำหรับการพัฒนาองค์กรในยุคถัดๆ มา แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วมากขึ้นทำให้ต้องเพิ่มเติมรายละเอียดในโมเดลนี้อีกมากมาย

2. การพัฒนาองค์กร 2.0 (Action Research Model)

การพัฒนาองค์กรในยุคนี้ พัฒนามาจากยุคแรกอย่างมาก ทั้งด้วยการเปลี่ยนแปลงทางด้านอุตสาหกรรมที่จะต้องตอบสนองกับลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้นไป จากเดิมที่มีสินค้าง่ายๆ เพียงอย่างเดียวกลับไม่เพียงพอสำหรับความต้องการที่หลากหลายขึ้น เกิดการเปรียบเทียบองค์กรในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันและเกิด “ปัญหา” ขึ้นมาให้ได้แก้ไขทุกวัน

โมเดลนี้จึงเน้นหนักไปในการ “แก้ไขปัญหา” ที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องของการ “ควบคุมคุณภาพ” ของสินค้าและบริการ ทั้งเรื่องของการ “บริหารงาน” ที่จะต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

แต่แล้วกาลเวลาก็แปรเปลี่ยน ความต้องการของลูกค้าเริ่มไม่มีข้อจำกัด คนทำงานเองเริ่มถูกมองเป็น “ทรัพยากรบุคคล” ที่มีค่ามากที่สุดขององค์กร และเริ่มมีการมองคนเป็นมนุษย์มีทักษะ ความสามารถ มีจิตใจ มีความคิด มากกว่าเก่าก่อน ที่มองคนเป็นเพียง แรงงาน

“นวัตกรรม” จึงเป็นตัวแปรสำคัญในการก้าวผ่านยุคสมัยนี้ไป

3. การพัฒนาองค์กร 3.0 (Positive Model)

เมื่อคน (Man) ที่ในยุคที่ผ่านมาถูกมองว่าเป็นเพียงแค่ แรงงาน ในยุคนี้มองคน เป็น มนุษย์ (Human) ที่มีทั้ง แรงกาย แรงสมอง และ แรงใจ นำมาซึ่งการผสมผสาน แนวคิดด้านจิตวิทยา เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กร

ในยุคที่ 3 นี้ ไม่เพียงแต่การ “พัฒนาทรัพยากรมนุษย์” เท่านั้น ที่สำคัญ แต่การพัฒนาความสัมพันธ์ของคนในองค์กร สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน และสำคัญที่สุดคือ การสร้างโครงสร้างที่ดี ให้คนในองค์กรใช้พลังของพวกเขาอย่างเต็มที่

การใช้พลังของคนในองค์กร ผนวกกับ การสร้างนวัตกรรมองค์กร ที่จะช่วยเพิ่มกำไร ลดต้นทุน เพิ่มความพึงพอใจ และลดความคาดหวังต่างๆ ลง โดยมีข้อแม้ว่าใช้เพียงทรัพยากรที่มีอยู่เดิมขององค์กรเป็นโจทย์ที่ท้าทายมากสำหรับนักจิตวิทยาพัฒนาองค์กร

แต่ก็ใช่ว่า จะทำไม่ได้เลย