การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือการวิจัย (assessment of research tools)

By Sarayuth Kunlong สรายุทธ กันหลง
September 30, 2012 (edited on October 8, 2012) - 1 comment

การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือการวิจัย (assessment of research tools)

เครื่องมือการเก็บข้อมูลการวิจัยเชิงปริมาณคือแบบสอบถาม (questionnaire) ที่เป็นแบบมาตรวัดประมาณค่า (rating scale) ต้องมีการตรวจสอบคุณภาพสองขั้นตอน คือ ขั้นตอนแรกเป็นการทดสอบความเที่ยงตรงถูกต้อง (validity) ใช้คณะบุคคลเป็นผู้ตรวจสอบ หรือที่เรียกว่าการใช้ IOC (index of item-objective congruence : IOC การหาดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามและวัตถุประสงค์) ขั้นตอนที่สองเป็นการตรวจสอบความเชื่อมั่น (reliability) ใช้สถิติหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (alph-coefficient) อ่านข้างล่าง...

การเขียนงานนิพนธ์ไม่ว่าจะเป็นระดับ ป.โท หรือ ป. เอก ในบทที่ 3 ที่ว่าด้วยระเบียบวิธีวิจัย (research methodology) และหรือในเค้าโครงการวิจัย (research proposal) มีหัวข้อหนึ่งที่กำหนดไว้ให้นักศึกษาเขียนคือ "การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ"

การตรวจสอบนี้มีทั้งเครื่องมือวิจัยเชิงปริมาณที่เป็นแบบสอบถาม (questionnaire) และเครื่องมือวิจัยเชิงคุณภาพที่เป็นแบบสัมภาษณ์ (interview form) หรือ แบบบันทึกการอภิปรายกลุ่ม (focus group discusssion form) นั้นมีวิธีการตรวจสอบดังนี้

1. แบบสอบถาม (questionnaire) ตรวจสอบความถูกต้องเที่ยงตรง (validity) ด้วยการใช้คณะบุคคล อาจจะเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาบวกกับผู้ทรงคุณวุฒิ ให้มีจำนวนเป็นเลขคี่ นิยมใช้ 5 คน เพื่อมาให้คะแนนเป็นรายข้อคำถาม ดูความครอบคลุมในประเด็นคำถามการวิจัย (comprehensiveness) และดูเนื้อหาภาษา (language) ว่าทำให้ผู้ตอบเข้าใจตรงกันหรือไม่ ข้อไหนผ่านให้คะแนน 1 ไม่ผ่านให้คะแนน -1 ไม่แน่จะให้คะแนน 0 เอาผลคะแนนแต่ละข้อจากผู้เชี่ยวชาญมาหาค่าเฉลี่ย ได้เกิน 0.5 ถือว่าข้อในใช้ได้ ถ้าไม่ถึงให้ตัดข้อนั้นทิ้งไป เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การหาดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามและวัตถุประสงค์ (index of item-objective congruence : IOC)

นอกจากหา validity แล้ว ยังต้องหา reliability หรือค่าความเชื่อมั่น ด้วยการนำแบบสอบถามไปทดสอบถามกลุ่มตัวอย่างที่คล้ายคลึงแต่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างการวิจัย จำนวนที่นิยมคือ 30 คน แล้วใช้วิธีการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (alph-coefficient) วิธีการของครอนบาค (Cronbach) คะแนนแต่ละข้อต้องไม่ต่ำกว่า 0.70

2. แบบสัมภาษณ์ (interview form) หาค่า validity ได้อย่างเดียวด้วยการให้คณะผู้เชี่ยวชาญดูในภาพรวมด้านเนื้อหาภาษาและความครอบคลุม

สำหรับการเขียนในงานวิทยานิพนธ์นั้น ขอยกตัวอย่างมาให้ดู ดังนี้

การหาคุณภาพเครื่องมือ สำหรับแบบสอบถาม มีวิธีดำเนินการดังนี้

1) ผู้วิจัยนำแบบสอบถามทุกชุดให้คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์และผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 ท่าน ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (content validity) เพื่อตรวจสอบการใช้ภาษาและความครอบคลุมของเนื้อหา โดยการหาดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามและวัตถุประสงค์ (index of item-objective congruence : IOC) (สุวิมล ติรกานันท์, 2543)

2) ผู้วิจัยนำแบบสอบถามที่สร้างขึ้นไปทดลองใช้ (try out) กับกลุ่มตัวอย่างที่คล้ายคลึงแต่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย จำนวน 30 คน แล้วนำผลที่ได้หาค่าความเชื่อมั่น (reliability) ของแบบสอบถาม โดยวิธีหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (alph-coefficient) วิธีการของครอนบาค (Cronbach , 1974 : 161 ; อ้างถึงใน มันทนา วุ่นหนู, 2551 : 48) เกณฑ์ผ่านคือ 0.70


อ้างอิง :
สุวิมล ติรกานันท์. (2543). ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์ : แนวทางสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

มันทนา วุ่นหนู. (2551). ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดนราธิวาส. วิทยานิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

.. สรายุทธ กันหลง อาทิตย์ 30 ก.ย. 55 19.40 น. กรุงเทพ