สั่งคุ้มครองสาวอ้างท้องกับ "เณรคำ" หวั่นภัยคุกคามหลังออกโรงแฉ
วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม 2556 เวลา 18:24 น.
เดลินิวส์ออนไลน์
www.dailynews.co.th/crime/217242



ผบ.คดีความมั่นคง ดีเอสไอ ลุยศรีสะเกษสอบสาว 27 ปี ที่อ้างว่าตั้งท้องกับเณรคำ ก่อนคุมไปชี้จุดมีเพศสัมพันธ์ สาวรับโดนตื๊อจีบครั้งแรกตั้งแต่ 14 ปี แถมเปิดซิงในกุฏิด้วย ชี้ยายเป็นพยานรู้เห็น สั่งคุ้มครองเข้มหวั่นภัยคุกคาม ขณะที่ ตม.รับถ้าไปเผยแพร่ธรรมะ เจ้าตัวอาจอยู่ ตปท.ได้ถึง 1 ปี
เมื่อวันที่ 6 ก.ค. พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สํานักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หัวหน้าคณะทํางานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีฉ้อโกงประชาชน ของหลวงปู่เณรคํา หรือพระวิระพล ฉัตติโก เจ้าสํานักสงฆ์ ป่าขันติธรรม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ หมู่ 7 บ้านหนองนาเวียง ต.น้ำเกลี้ยง อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ เพื่อสอบปากคำ น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ที่ออกมาอ้างว่า เคยมีเพศสัมพันธ์กับเณรคำจนมีลูกด้วยกัน รวมทั้งพยานอื่นเพิ่มเติมด้วย

แฉตามตื๊อจีบสาว แถมขับรถมารับไปมีเพศสัมพันธ์

โดย น.ส.บี ยืนยันว่า เป็นลูกกําพร้า อาศัยอยู่กับยาย และรู้จักกับพระเณรคําในช่วงที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อายุเพียง 14 ปี ช่วงที่ตามยายไปทําบุญ จากนั้นพระเณรคําพยายามเข้ามาจีบโดยยื่นข้อเสนอว่า หากยอมเป็นแฟน จะซื้อของมีค่าที่อยากได้ให้ เมื่อหลงเชื่อพระเณรคําจึงนัดให้ไปพบ โดยพระเณรคําสวมชุดฆราวาสขับรถมารับ และไปมีความสัมพันธ์กันในกุฏิ จากนั้นได้มีสัมพันธ์กันเรื่อยมา โดยพระเณรคําจะมาหาเดือนละ 1 ครั้ง หลายครั้งที่ขับรถไปรับที่หน้าโรงเรียนโดยห่มจีวรมาด้วยเลย บ้างครั้งก็เปลี่ยนบรรยากาศมีเพศสัมพันธ์กันบนรถและโรงแรม

ชี้มียายเป็นพยานรู้เห็น ย้ำต้องสอบสาวอีก 7 ราย

พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ กล่าวอีกว่า หญิงสาวคนดังกล่าวให้การด้วยว่า มีความสัมพันธ์ชู้สาวกับพระเณรคําเรื่อยมาจนกระทั่งตั้งครรภ์ พระเณรคําจึงพาไปเช่าบ้านอยู่ใน อ.วารินชำาราบ จ.อุบลราชธานี จนคลอดบุตร โดยในช่วงดังกล่าวมียายเป็นพยานรู้เห็นเหตุการณ์ เนื่องจาก พระเณรคําขอให้ยายมาพักอยู่ที่บ้านเช่าเพื่อช่วยเลี้ยงหลาน นอกจากนี้ ดีเอสไอจะเร่งสอบปากคําพยานอื่นที่รับรู้ถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งของพระเณรคํากับหญิงสาวรายนี้อีกประมาณ 7 ราย ซึ่งพยานกลุ่มนี้มีทั้งกํานัน เจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตําบล (อบต.)

จ่อโดนจำคุก 20 ปี ฐานกระทำชำเรา

“การที่ดีเอสไอลงพื้นที่มาในวันนี้ ได้มุ่งประเด็นพฤติกรรมของพระเณรคำตามที่เป็นข่าว เนื่องจากถ้าปล่อยให้เป็นข่าวต่อไปจะส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อวงการศาสนา เชื่อว่าประเด็นเหล่านี้สมควรที่จะได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อมาตรวจสอบ ทั้งนี้จากการที่ได้สอบปากคำ น.ส.บี ก็ให้การไปตามที่เคยให้ข่าวไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งระบุว่า มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเณรคำตั้งแต่อายุ 14 ปี โดยกรณีนี้หากเป็นจริง จะถือว่ากระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม มีโทษจำคุก 4-20 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ” ผบ.สํานักคดีความมั่นคง เผย

สั่งคุ้มครองพยาน หวั่นภัยคุกคาม

พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ กล่าวอีกว่า ต้องถือว่าพยานปากนี้เป็นพยานปากสำคัญ ได้ให้ความร่วมมือและเป็นประโยชน์ค่อนข้างมาก อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้สั่งการคุ้มครองพยานรายนี้ให้ดีที่สุด เบื้องต้นจะกำลังเจ้าหน้าที่คุ้มครองก่อน หากมีภัยคุกคามจะยกระดับการคุ้มครองให้สูงขึ้นทันที สำหรับประเด็นอื่นๆ ก็จะมุ่งเน้นไปที่พยานที่มีข่าวถึงความสัมพันธ์ด้านอื่นอีก เพื่อกระจ่าง จากนั้นจะรวบรวมส่งให้ฝ่ายสงฆ์เพื่อพิจารณาว่าสมควรปราชิก หรือพ้นสภาพจากความเป็นภิกษุสงฆ์หรือไม่ ทั้งนี้หากเณรคำเชื่อว่าตัวเองไม่มีความผิดก็ต้องเข้ามาชี้แจง รวมทั้งตรวจดีเอ็นเอได้

สาวยันถูกเปิดซิงครั้งแรกในกุฏิ

ด้าน น.ส.บี ให้การว่า ยืนยันว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งฉันท์สามีภรรยากับเณรคำหลายครั้ง ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้น ม.2 ซึ่งขณะนั้น ตนอายุเพียงแค่ 14 ปี โดยเณรคำจะขับรถมารับที่หน้าโรงเรียนใน ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ บางครั้งก็ขับมารับในสภาพสวมจีวรแบบพระสงฆ์เลย ซึ่งครั้งแรกที่มีเพศสัมพันธ์กันคือภายในกุฏิป่า หรือที่พักสงฆ์ในป่าสาธารณบ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรีสอร์ทในพื้นที่ อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ และใน จ.อุบลราชธานี อีกหลายครั้ง

พาตัวชี้ 4 จุดสำคัญ มัดหลักฐาน

ต่อมา เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ได้เชิญตัว น.ส.บี ไปชี้จุดที่เคยมีเพศสัมพันธ์รวม 4 จุด ซึ่งจุดแรกอยู่ที่ป่าสาธารณบ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ ซึ่งล่าสุดกุฏิถูกรื้อไปหมดแล้ว เหลือเพียงห้องน้ำสภาพเท่านั้น จุดที่ 2 คือรีสอร์ทแห่งหนึ่งพื้นที่ ต.ท่าลาด อ.วารินชำราบ จ.อุบลราธานี จุดที่ 3 เป็นบ้านเช่า ซึ่งเป็นบ้านจัดสรร โดยขณะนั้น น.ส.บี ได้ตั้งครรภ์แล้ว และจุดที่ 4 ที่คือหน้า โรงเรียนแห่งหนึ่ง

ยายหญิงสาวแย้มเป็นคนพาหลานไปส่งเอง

ขณะที่ นางแซด (นามสมมุติ) อายุ 82 ปี ยายของ น.ส.บี กล่าวว่า ยืนยันว่าตนเป็นคนพาหลานสาวเดินไปหน้าโรงเรียนดังกล่าวจริง โดยมีเณรคำขับรถมารอรับทุกครั้ง เพราะรู้ว่ามีความสัมพันธ์กันมานานแล้ว

ด้าน พระครูวัชรสิทธิคุณ เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า หากได้รับข้อมูลจากดีเอสไอ และสำนักพระพุทธศาสนา ว่าเณรคำมีสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับสีกาจริง จะถือว่าเข้าขั้นอาบัติปราชิกขาดจากความเป็นพระทันที

เร่งสอบพยาบาลเอี่ยวชู้สาวด้วยหรือไม่

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง แพทย์และพยาบาลที่ รพ.กรุงเทพ จนทราบว่า เณรคำเคยมาเช็กอัพและจูนอัพสุขภาพที่ รพ.จริง โดยมานอนพักค้างคืนหลายครั้งแล้ว โดยสารมาทางเครื่องบินและได้รับการดูแลในระดับวีไอพี เนื่องจากเป็นแขกของผู้บริหาร ส่วนเรื่องนางพยาบาลรายหนึ่งที่ตกเป็นข่าวฉันท์ชู้สาวกับเณรคำนั้น ภายหลังมีข่าวฉาวทางผู้บริหารได้เรียกพยาบาลไปสอบถามแล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังยืนยันว่าไม่ทราบเรื่อง

ตม.ชี้ถ้าเผยแผ่ธรรมะมีวีซ่าอยู่ ตปท.ได้ 1 ปี

ด้าน พล.ต.ต.สุวิชญ์พล อิ่มใจรัชต์ ผบก.ตม.2 เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่า หลวงปู่เณรคำ ได้เดินทางเข้ามาในประเทศหรือไม่ แต่ได้สั่งการให้รายงานเป็นระยะ หากพบว่ามีการเดินทางเข้ามาในประเทศจริงก็จะเร่งประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที ซึ่งเป็นหน้าที่ของสตม.อยู่แล้ว

ด้าน พ.ต.อ.ชาติชาย เอี่ยมแสง รอง ผบก.สส.สตม. กล่าวว่า สำหรับการเดินทางออกนอกประเทศโดยปกติ ดำเนินการตามขั้นตอนได้ โดยมีหนังสือเดินทางและขอวีซ่ากับสถานฑูตประเทศที่ประสงค์จะเดินทางไป ซึ่งแต่ละชนิดของวีซ่ามีการระบุรายละเอียดระยะเวลาในการอยู่ในประเทศนั้นๆ อยู่แล้ว อาทิ วีซ่านักท่องเที่ยวอยู่ได้ 30 วัน วีซ่าบั้นปลายหรือเกษียณอายุอยู่ได้ 1 ปี วีซ่าทำงานและมีใบเวิร์คเพอร์มิตอยู่ได้ 1 ปี เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากเป็นกรณีเผยแผ่พุทธศาสนาอยู่ได้ 1 ปีเช่นเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในกรณีของหลวงปู่เณรคำ เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่าเดินทางออกนอกประเทศไปเมื่อเดือนพ.ค. โดยใช้ชื่อนายวีระพล สุขผล ซึ่งเป็นชื่อ-นามสกุลจริงที่ระบุไว้ อีกทั้งระยะหลังพบว่าได้เดินทางออกนอกประเทศบ่อยมาก โดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรป.