รักชาติ รักประชาธิปไตย ต้องร่วมกันปกป้องมิให้ประเทศกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลว
www.naewna.com/politic/columnist/6473

รศ.ประพันธ์พงศ์ เวชชาชีวะ

จากข่าวหนังสือพิมพ์รายวันทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษรายงานตรงกันว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ท้ายกลุ่มคนเสื้อแดง

โดยให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ กล่าวถึงการที่กลุ่มเสื้อแดงที่ปักหลักชุมนุมหน้าศาลรัฐธรรมนูญ กดดันให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลาออก พร้อมทั้งข่มขู่ด้วยการยุยงให้มวลชนคนเสื้อแดงจับกุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่า กลุ่มชนดังกล่าวสามารถทำได้ภายใต้กฎหมาย ทั้งๆที่ไม่ได้คำนึงว่าพฤติกรรมของกลุ่มคนชุมนุมดังกล่าว กำลังก้าวล่วงต่ออำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ

รวมทั้งข่าวการที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยร่วมกับวุฒิสมาชิกจำนวนหนึ่ง ออกแถลงการณ์ปฏิเสธอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ดังปรากฏเป็นข่าว แสดงว่า กลุ่มชนดังกล่าวข้างต้น กำลังหมิ่นเหม่ต่อการกระทำที่ผิดรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดโดยไม่เกรงกลัว

สภาพการณ์ดังกล่าวนี้ ได้สร้างความไม่สบายใจแก่บรรดาผู้รักชาติรักประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่ตัวนายกรัฐมนตรีมีท่าทีในการมองปัญหาแบบศรีธนญชัย ทั้งๆที่อ้างตัวว่าเป็นนายกรัฐมนตรีภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย แต่กลับทำเป็นไม่เข้าใจต่อพฤติกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นกับศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่แห่งขบวนการยุติธรรม

การที่กลุ่มชนเสื้อแดงอ้างว่าชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ แต่พฤติกรรมที่แสดงออกเป็นการคุกคามเสรีภาพของตุลาการ ซึ่งขัดกับหลักประชาธิปไตย

เพราะหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยระบุว่า ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมก็จริง แต่การก้าวล่วงเสรีภาพของผู้อื่นจะกระทำมิได้ มิฉะนั้น จะกลายเป็นพฤติกรรมของพวกเผด็จการ

ตัวนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ถึงกลุ่มเสื้อแดงที่ชุมนุมหน้าศาลรัฐธรรมนูญว่า พวกเขามีสิทธิที่จะชุมนุมตราบเท่าที่พวกเขากระทำภายใต้กฎหมาย ซึ่งความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะพฤติกรรมที่ปรากฏเป็นการข่มขู่ศาลรัฐธรรมนูญ

การกระทำของกลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคเพื่อไทยกับวุฒิสมาชิกบางคนที่ประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ กับกลุ่มคนเสื้อแดงที่ประกาศจะจับตัวผู้พิพากษา แสดงออกถึงการไม่ยอมปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

เป็นการแสดงความเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ โดยที่รัฐบาลซึ่งมีหน้าที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญไม่ทำอะไรเลยหรือสมยอม

แสดงว่า รัฐธรรมนูญกลายเป็นกระดาษเปื้อนหมึก ถ้าเป็นเช่นนั้นแสดงว่าประเทศไทยกำลังจะกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลว ตรงกับสุภาษิตที่ว่า อำนาจ คือ ธรรม ตรงข้ามกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่พวกเราชาวไทยยึดถือ ได้แก่ ธรรม คือ อำนาจ

ฉะนั้น ถ้าประชาชนชาวไทยผู้รักชาติรักประชาธิปไตย ไม่ต้องการให้ประเทศไทยกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลวแล้ว ขอให้รวมตัวกันลุกขึ้นต่อต้านพฤติกรรมดังกล่าว โดยโปรดลำลึกถึงเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ที่นิสิต นักศึกษา นักเรียนและประชาชนร่วมกันต่อต้านผู้เผด็จการจนประสบความสำเร็จ

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว ผ่านพ้นมาเพียง 40 ปีเท่านั้น ยังคงอยู่ในความทรงจำของคนไทยอยู่จนทุกวันนี้ และผู้นำนิสิต นักศึกษา ในเวลานั้นกำลังเข้าอยู่ในวัยเกษียณอายุ และดำรงตำแหน่งสำคัญอยู่ในปัจจุบัน