การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือเก็บข้อมูลการวิจัย Quality check on research data collecting tools

www.ipernity.com/blog/248956/476641

มีเพื่อนเฟสบุ๊คจากลาวส่ง FB message มา บอกว่าได้อ่านบทความผมที่เขียนเกี่ยวกับงานวิจัย ที่ถามมาคือการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือเก็บข้อมูล ขออธิบายดังนี้

1. เครื่องมือเก็บข้อมูลการวิจัยเชิงปริมาณ แบบสอบถาม (questionnaire) ปกติมี 3 ตอน คือ ตอนแรกถามข้อมูลเกี่ยวกับผู้ตอบ เป็นแบบเลือกตอบ (check list) ตอนที่สองเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (rating scale) และตอนที่สามเป็นแบบเติมคำ เพื่อถามความคิดเห็น

2. การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือเก็บข้อมูลมีสองแบบคือ ความตรง (validity) และความเชื่อมั่น (reliability) validity ใช้คณะบุคคลที่เป็นผู้เชี่ยวชาญช่วยดูว่าถามตรงไหมก็คือให้ดูแบบสอบถามตอนที่หนึ่งและตอนที่สาม โดยให้ผู้ตรวจให้คะแนนเป็น 1 ดีแล้ว -1 ไม่ดี 0 ไม่แน่ใจ แล้วเอามาหาค่าเฉลี่ย เรียกว่า IOC (Item-Objective Congruency) ส่วน reliability ใช้สถิติ reliability test ที่ส่วนใหญ่เป็นแบบ Cronbach's ก็ใช้สถิติคำนวณโดยโปรแกรม SPSS จากการทดลองใช้กับตัวอย่างที่คล้ายคลึงกับตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยจำนวน 30 ตัวอย่าง

... สรายุทธ กันหลง อาทิตย์ 28 เมษายน 2556 19.10 น. กรุงเทพ

====



มีคำถามทาง FB จากนักศึกษา ..
"อาจารย์ค่ะขอรบกวนถามเรื่องการทำวิจัยค่ะ เพื่อนรุ่นเดียวกันบอกว่า"ทำบทที่ 1 2 3 ผ่านแล้วให้ยื่นขอตรวจสอบเครื่องมือแบบสอบถามด้วย โดยที่แต่ละคนสามารถกำหนดหรือเลือกอาจารย์ที่จะตรวจแบบสอบถามเอง อาจารย์ 3 ท่าน ตรวจผ่านก่อนแล้วคอยลงสำรวจแบบสอบถาม" จริงเท็จประการใดค่ะ นักศึกษาบางคนบอกว่าอาจารย์ที่ปรึกษาบอกว่าไม่ต้องยื่นขอตรวจสอบเครื่องมือดำเนินการหาข้อมูลและทำแบบสอบถามได้เลย บ้างก้อว่าต้องทำ และตัวหนูเองทำงานวิจัยเชิงคุณภาพต้องยื่นขอตรวจสอบเครื่องมือหรือไม่ค่ะ"

คำตอบ:

ไม่ว่าเป็นเครื่องมือเก็บข้อมูลการวิจัยเชิงปริมาณหรือคุณภาพก็ต้องมีการตรวจสอบคุณภาพเครืองมือ เชิงปริมาณดูนี่ www.ipernity.com/blog/248956/476641

ส่วนการตรวจสอบเครื่องมือเชิงคุณภาพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแบบสัมภาษณ์ (interview form) นั้น ก็ต้องมีการตรวจสอบความเที่ยงตรง (validity) ของเครื่องมือเช่นกัน คือใช้คณะคน ส่วนใหญ่ให้ อ. ที่ปรึกษาดูให้เพื่อลดขั้นตอน เป็นการตรวจสอบ face validity หรือ ความเที่ยงตรงกว้างๆ หรือ content validity คือ ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ส่วน ความเชื่อมั่น (reliability) ไม่ต้องหา เพราะเป็นเรืองของความคิดเห็นที่แตกต่างกัน

การตรวจสอบเครื่องมือเชิงปริมาณ ต้องมีเอกสารแสดงว่าได้มีการตรวจสอบเครื่องมือจริง และเอกสารนั้นเป็นส่วนหนึ่งของงานนิพนธ์ที่เป็นเล่มจริง ซึ่งก็คือ หนังสือขออนุมัติเป็นผู้เชี่ยวชาญ มีแบบฟอร์มของบัณฑิตวิทยาลัยไปให้ อ.ที่ปรึกษาลงนาม และให้ผู้รับผิดชอบหลักสูตรลงนามเช่นกัน

ในทางปฏิบัติ อ. ที่ปรึกษาอาจให้ไปเก็บข้อมูลได้เลย แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องมีเอกสารดังกล่าวข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งของงานนิพนธ์เล่มจริงครับ ปรึกษา อ. ที่ปรึกษาให้ดี

ถ้าผมเป็น อ. ที่ปรึกษา ก็จะขอดูก่อนเพื่อดูว่าแบบสอบถามหรือแบบสัมภาษณ์นั้นใช้ได้หรือไม่ เพราะถ้าผิดแต่ตอนต้นแล้ว การแก้ไขมีปัญหามาก ในกรณีของคุณถนอม ทาทอง รปม. 12 ที่จบและรับปริญญาเดือนกรกฎาคม 2556 นี้เป็นคนเดียวของรุ่น ก็ทำอย่างเดียวกัน คือให้ผมดูก่อนในฐานะเป็น อ. ที่ปรึกษา ก็ใช้การสื่อสารออนไลน์ไม่ยุ่งยาก

ส่วนหนังสือขออนุมัติแต่งตั้งและหนังสือขอเชิญเป็นผู้ตรวจเครืองมือในแบบสอบถามที่เป็นการวิจัยเชิงปริมาณนั้น ก็ทำคู๋ขนานกันไปด้วย

... ... สรายุทธ อาทิตย์ 28 เมษายน 2556 21.48 น. กรุงเทพ



จาก FB www.facebook.com/sarayuth.kunlong ลง 28 เมษายน 2556
ผมเอามาใส่ที่นี่เพื่อเป็นประโยชน์กันครับ
... สรายุทธ จันทร์ 29 เมษายน 2556 7.50 น. กรุงเทพ

Napanpat Meowkik ควรให้อาจารย์ที่ปรึกษาช่วยตรวจความตรงของเนื้อหาของแบบสอบถามค่ะ สำคัญมากเพราะเป็นสิ่งที่ใช้วัดเพื่อให้ได้findingของงานวิจัยที่ชัดเจน ซึ่งควรไล่ดูตั้งแต่ตัวของconceptที่ใช้เป็นกรอบของการวิจัยโดยconceptแต่ละตัวต้องมีเหตุผลทางวิชาการมารองรับและเราต้องเข้าใจconceptนั้นเพื่อโยงมาสู่การอภิปรายผลในบทที่5ค่ะ
9 hours ago via mobile · Unlike · 2

Sarayuth Kunlong Aou Prano ถูกต้องครับ ทุกขั้นตอนการวิจัยต้องมีความเข้มแข็งทางวิชาการมารองรับและเป็นกระบวนการที่สัมพันธ์กันทุกบทของงานวิจัย ไม่ใช่ความคิดส่วนตัวของนักศึกษาหรือแม้กระทั่งความคิดส่วนตัวของ อ. ที่ปรึกษา การทำวิจัยของนักศึกษาจึงต้องมีคณะ อ. ที่ปรึกษาช่ว...See More
8 hours ago · Like