ครบรอบ 4 ปี ทักษิณ ชินวัตร และ อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง กับการทำลายการประชุมสุดยอด อาเซียน ที่พัทยา
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 442 , 13:25:57 น.
วันเสาร์ ที่ 13 เมษายน 2556

www.oknation.net/blog/print.php?id=859489

www.oknation.net/blog/political79/2013/04/13/entry-1

ไฟล์เป็น pdf
www.ipernity.com/doc/248956/14744609




สวัสดี ครับ



วันนี้เชิญมาอ่านบทวิเคราะห์ของ อจ.สมเกียรติ์ อ่อนวิมล เรื่อง ครบรอบ 4 ปี ทักษิณ ชินวัตร และ อริสมันต์

พงศ์เรืองรอง กับการทำลายการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่พัทยา 10-11 เมษายน 2552 กันสักหน่อยนะครับ อจ.

สมเกียรติ์เผยแพรครั้งแรกหลังจากเกิดเหตุทันที คือ เมื่อ 11 เมษายน 2552 แล้วครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ครับ

อจ.สมเกียรติ์พูดถึงเหตุการณ์ที่อริสมันต์พาคนเสื้อแดงบุกการประชุมสุดอาเชียนที่โรงแรมรอยัลคลิฟท์ บีช

รีสอร์ตในวันที่ 10 เมษายน แต่เมื่ออาจารย์สมเกียรติ์ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุแล้วมีโอกาสได้เข้าไปห้ามปราม โดยบอก

ให้นายอริสมันต์เลิกการกระทำนั้นเสีย เพราะอาเซียนไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาลอภิสิทธิ์แต่อย่างใดเลยซึ่งนายอริสมันต์ก็

เชื่อฟังแล้วถอนกำลังคนเสื้อแดงแต่โดยดี

แต่วันรุ่งขึ้น 11 เมษายน 2552 ทักษิณกลับสั่งการให้คนเสื้อแดงทางกทม.ยกกำลังไปเพิ่มเติม ภายใต้การนำ

ของนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อกับนายจตุพร พรหมพันธุ์แล้วบุกทำลายการประชุมให้สิ้นไปเสียจนได้ โดยทักษิณอ้างว่า “ผม

แพ้ไม่ได้” ประท้วงแล้ว “ต้องมีอะไรติดไม้ติดมือกลับมา” หลังจากที่ทักษิณ ทักษิณพูดปลุกเร้าอารมณ์ชาวเสื้อแดงพร้อมทั้ง

แสดงความไม่พอใจที่การประท้วงนำโดยคุณอริสมันต์จบลงอย่างง่ายเกินไป



เมื่อวานซืนเป็นวันครบรอบ 4 ปีของการที่ทักษิณสั่งให้คนเสื้อแดงทำลายการประชุมสุดยอดผู้นำเอเซียนที่พัทยา ซึ่งก็ไม่รู้ว่า

อยู่ในรายการรำลึกถึงเหตุการณ์ชุมนุมของคนเสื้อแดงที่จัดขึ้นโดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ด้วยหรือเปล่า แต่น่าจะเป็นการเตือนใจคน

ไทยให้นึกถึงโมหจริตของทักษิณที่ไม่เคยคิดถึงชาติบ้านเมืองแม้แต่น้อย เอาแต่ใจตัวเองเท่านั้นเอง.









แนวหน้า







ครบรอบ 4 ปี ทักษิณ ชินวัตร และ อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง กับการทำลายการประชุมสุดยอด

อาเซียน ที่พัทยา 10-11 เมษายน 2552

โดย สมเกียรติ อ่อนวิมล | Somkiat Onwimon (บันทึก) เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2013 เวลา 6:06 น.



ครบรอบ 4 ปี

ทักษิณ ชินวัตร และ อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง

กับการทำลายการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่พัทยา

10-11 เมษายน 2552



เดือนเมษายน 2552. ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน+6 ที่พัทยา ผมอยู่ในโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท ทุกวัน เหมือนสื่อมวลชนทั้งหลาย ในวันแรกที่ไปถึง รู้สึกสะดวกสบายและเห็นความราบรื่นในการเตรียมงาน มองเห็นประโยชน์อันยิ่งใหญ่จากการประชุม เพราะการเตรียมงานเรียบร้อย มีประสิทธิภาพอย่างน่าภาคภูมิใจในฐานะคนไทยที่เป็นเจ้าภาพร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลไทย อาคารสถานที่ของโรงแรมก็โอ่โถง กว้างขวาง โอฬาร สมเป็นสถานที่จัดประชุมระดับโลก บรรยากาศสดชื่นงดงามของทะเลและชายหาดเป็นอมตะจนไม่ต้องอธิบาย บุคคลากรของกระทรวงการต่างประเทศทำงานสนับสนุนรัฐบาลที่ผมเชื่อมั่นในคุณภาพของนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างมาก

นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีที่ผมภูมิใจในพื้นฐานความรู้ด้านการต่างประเทศอย่างที่สุด ผมชื่นชอบในบุคลิกการสื่อสารและภาษาที่ท่านใช้ในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ ส่วนประวัติอันดีงามและความซื่อสัตย์สุจริตโปร่งใสในชีวิตของท่านนั้นผมมั่นใจได้อย่างบริบูรณ์

แต่พอเริ่มงานในวันที่ 10 เมษายน 2552 ทุกอย่างก็ไหวสะเทือนเพราะแรงการประท้วงจากฝูงชนผู้สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ใส่เสื้อสีแดงเป็นสัญลักษณ์ ผมทราบดีว่าคุณทักษิณ ต้องการอำนาจกลับคืนมา แต่ไม่มีวิธีอื่นใดนอกจากล้มรัฐบาลของนายกฯอภิสิทธิ์ และไม่มีวิธีอื่นใดที่จะล้มรัฐบาลได้ขณะที่ตัวเองเป็นผู้ต้องโทษหนีไปอยู่ต่างประเทศ นอกจากจะให้ตัวแทนของตนในประเทศไทย รวมพลังมวลชนมาก่อกวนเพื่อล้มรัฐบาลด้วยเงื่อนไขที่รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยใดๆจะรับไม่ได้ แต่ผมก็ไม่คิดว่ามวลชนของคุณทักษิณจะมาล้มการประชุมสุดยอดอาเซียนที่พัทยา ที่ผมคิดเช่นนี้ก็เพราะว่าพวกเสื้อแดงที่เป็นผู้นำการประท้วงกล่าวบนเวทีหน้าทำเนียบรัฐบาลที่กรุงเทพฯว่าจะไม่ขัดขวางการประชุมสุดยอดอาเซียนและพิสูจน์การรักษาสัจจะให้เห็นแล้วในระหว่างการประชุมสุดยอดก่อนหน้านี้ที่ชะอำ-หัวหิน

ในวันที่ 10 เมษายน 2552. ขบวนประท้วงของพวกเสื้อแดงเดินทางเข้ามาถึงหน้าโรงแรมอย่างง่ายดาย ทั้งๆที่ทางเข้าก็แคบและมีทางเข้าด้านหน้าทางเดียว ทางเข้าด้านหลังโรงแรมก็มี แต่ก็สามารถปิดกั้นให้ความปลอดภัยแก่สถานที่ประชุมได้หากตำรวจและทหารต้องการจะทำหน้าที่จริงๆ โดยไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธรุนแรง เพียงแต่ตั้งเครื่องกีดขวางเสริมด้วยตำรวจและทหารหลายๆแถว แต่ก็ไม่มีการดำเนินการใดๆ ปรากฏการณ์เช่นนี้ทำให้เกิดความหวั่นไหวในหมู่สื่อมวลชนทั้งหลายว่าการประชุมจะดำเนินไปได้อย่างไร หากผู้ประท้วงจะบุกเข้ามาในอาคารที่เป็นศูนย์สื่อมวลชนเมื่อไรก็ย่อมได้ และสามารถบุกต่อไปยังอาคารที่ประชุมได้เช่นกัน มวลชนเสื้อแดงที่เดินขบวนเข้ามาประท้วงนำโดยคุณอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ซึ่งตะโกนป่าวร้องบนรถบรรทุก ต่อว่าด่าทอรัฐบาลด้วยถ้อยคำที่รุนแรง แต่เงื่อนไขที่ขอให้มีตัวแทนอาเซียนมารับหนังสือประณามรัฐบาลไทยและฟ้องรัฐบาลชาติอื่นนั้น ทำให้ผมคิดตามเดิมว่าเขาคงไม่ขัดขวางการประชุมแน่นอน ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีบอกกับผมว่าคุณอริสมันต์ สัญญาว่าหลังจากมอบหนังสือแล้วจะถอยขบวนประท้วงออกไปทันที เมื่อคุณอริสมันต์กับพวกอีกห้าคน ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในอาคารศูนย์สื่อมวลชนเพื่อยื่นหนังสือและรอพบตัวแทนจากสำนักเลขาธิการอาเซียน ระหว่างรอตัวแทนจากอาเซียนอยู่นั้นผมเข้าไปคุยกับตัวแทนพวกเสื้อแดงผู้สนับสนุนคุณทักษิณคนหนึ่งซ่ึงผมก็ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว หากแต่เขารู้จักผม จึงคุยกันได้ฉันมิตรด้วยภาษาที่สุภาพ เขาบอกผมว่าพวกเขามาถึงหน้าโรงแรมนานแล้ว แต่ไม่มีใครสนใจจะออกมาพูดจาถามไถ่ถึงความต้องการ ไม่มีใครเข้ามาเจรจาเลย รออยู่นาน ปราศรัยบนรถอยู่นานก็ยังไม่ได้รับการตอบสนอง เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่น้อยใจ ไม่มีภาษาที่ก้าวร้าว ต่างกับภาษาที่ก้าวร้าวยั่วยวนหยาบคายที่เขาใช้บนเวทีปราศรัยบนรถนำขบวน ผมเชื่อว่าการที่เขาพูดคุยกับผมอย่างสุภาพและสงบก็เพราะเขาคุยกับผมซึ่งเขารู้จักในฐานะสื่อมวลชน (อาวุโส) ที่มิได้อยู่ตรงข้ามกับเขา หรือเข้าข้างฝ่ายใด การพูดคุยกันจึงพอจะได้รับข้อมูลที่จริงใจ

ระหว่างความชุลมุนวุ่นวายในอาคารสื่อมวลชนนั้น ผมนั่งคิดอยู่ว่าผมควรจะทำอย่างไรดีกับสถานการณ์ จะหลบไปหามุมปลอดภัย หรือจะเข้าไปอธิบายให้พวกแดงฟังบ้าง หรือจะเข้าไปเผชิญหน้าถกเถียงกับพวกเขาด้วยตัวเองเสียเลย ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี

ในที่สุดผมก็เดินแหวกฝูงชนที่ห้อมล้อมคุณอริสมันต์อยู่นั้น แล้วผมก็เข้าไปด้านหลัง สะกิดไหล่คุณอริสมันต์ที่กำลังยืนพูดกับผู้สื่อข่าวข้างหน้า คุณอริสมันต์หันมาทักทายผม แล้วผมก็บอกคุณอริสมันต์ ที่พวกเราสื่อมวลชนเรียก “กี้ร์” ซึ่งเป็นชื่อเล่น ผมขอร้องคุณอริสมันต์ว่าขอให้ถอนกำลังมวลชนกลับไปหลังจากยื่นหนังสือแล้ว ตามที่ได้สัญญาไว้กับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ขอให้เห็นแก่อาเซียนและรัฐบาลซึ่งหมายถึงรัฐบาลของท่านนายกฯสมัคร สุนทรเวช รัฐบาลท่านนายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และรัฐบาลของท่านนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทุกรัฐบาลทั้งหมดรวมกัน เพื่อรักษาชื่อเสียงของประเทศชาติเอาไว้ให้ได้ เพราะทุกรัฐบาล ล้วนแล้วแต่ร่วมกันทำงานเพื่ออาเซียน เพื่อชื่อเสียงของประเทศไทยมานานแรมปี อาเซียนเป็นของทุกรัฐบาล เป็นของคนไทย และเป็นของพลเมืองเกือบ 600 ล้านคนใน 10 ประเทศร่วมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา



อาเซียนไม่เกี่ยวกับปัญหาระหว่างคุณทักษิณกับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์แต่ประการใด

อาเซียนไม่เกี่ยวกับเสื้อเหลืองเสื้อแดง



**


................................................................................

จาก Facebook เว็บ kapook.com



ทักษิณ ปลื้ม เสื้อแดง ล้มถกอาเซียน



**


**

**


**

*

**















สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก, มติชนออนไลน์ และไอเอ็นเอ็น


เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอิน มายังผุ้ชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลโดยขอบคุณพี่น้องเสื้อแดงจากรุงเทพฯและพัทยาที่ร่วมผลักดัน จนไม่สามารถจัดการประชุมกลุ่มอาเซียนได้ พร้อมกล่าวหาสีน้ำเงิน ยิงปืนจากสะพานลอยใส่กลุ่มเสื้อแดง โดยใช้เจ้าหน้าที่รับสมอ้างเป็นกลุ่มโน้นกลุ่มนี้มีพฤติกรรมคล้ายกลุ่มเสื้อเหลือง ขอบคุณเพื่อนข้าราชการตำรวจทหาร ที่เป็นสุภาพบุรุษเข้าใจการเรียกร้องของกลุ่มเสื้อแดง เพราะการขัดขวางกลุ่มเสื้อแดง เสมือนไม่ต้องการให้ประเทศเจริญ เนื่องจากมีการใช้อำนาจนอกระบบประชาธิปไตย ดังนั้น จึงถึงเวลาที่คนเสื้อแดงต้องไขว่คว้าหาประชาธิปไตยที่แท้จริง โดยต้องเปลี่ยนรัฐบาลที่เป็นมือเป็นไม้ให้ระบอบอำมาตย์ให้ได้ก่อนและพร้อมเปิดรับคนที่เคยมีความเห็นต่างให้เข้ามาร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาประมาณ 19.20 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ออกประกาศยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมืองพัทยา จ.ชลบรี แล้ว โดยขออภัยประชาชน ที่กลุ่มคนเสื้อแดงป่วนการประชุมผู้นำอาเซียน จนนำไปสู่การยกเลิกการประชุม ระบุผู้นำอาเซียนเห็นใจ ลั่นใครที่ประกาศชัยชนะท่ามกลางความเสียหายของประเทศคือศัตรูของประเทศ ยันจะเอาความสงบคืนสู่ประชาชน

โดยก่อนหน้านี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดแถลงข่าวยอมรับรัฐบาล รู้สึกเสียใจที่เกิดเหตุม็อบเสื้อแดง ป่วนการประชุมอาเซียน จนต้องทำให้ทางรัฐบาลต้องเลื่อนการประชุมดังกล่าวออกไปก่อน ส่วนการประกาศยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่เมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรีนั้น ขณะนี้ทางนายกรัฐมนตรีกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา เนื่องจากไม่ต้องการให้กระทบกับการท่องเที่ยวของประเทศ

นอกจากนี้ นายสุเทพ ยังได้ยืนยันว่า ในขณะนี้มีการบิดเบือนข่าวเกี่ยวกับการปะทะกันของกลุ่มม็อบเสื้อแดงและกลุ่มคนเสื้อน้ำเงิน โดยยืนยันว่าทางรัฐบาลใช้ความอดทนต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถึงที่สุดแล้ว และยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ทุกนายไม่ได้พกอาวุธ และเหตุปะทะกันดังกล่าวไม่มีผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ ในจำนวนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดนั้น ไม่พบว่ามีกลุ่มม็อบเสื้อแดงได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส นั้น ทราบชื่อต่อมาคือ นายประดิษฐ์ แก้วศรี เป็นพ่อค้าในจังหวัดชลบุรี เบื้องต้นถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ช่องท้อง อาการปลอดภัยแล้ว

จากเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น รัฐบาลได้ตัดสินใจเลื่อนการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน โดยใช้อำนาจในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่ร้ายแรงใ นพื้นที่เมืองพัทยา และจังหวัดชลบุรี ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางจากโรงแรม รอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา ด้วยเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ เบลล์ 212 ของกองทัพเรือ มาลงบริเวณหน้าสถานีการบินกองการบินทหารเรือสนามบินอู่ตะเภา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ท่ามกลางการอารักขาของเจ้าหน้าที่ทหารเรืออย่างเข้มงวด

ซึ่งหลังจากลงเครื่องแล้ว นายกรัฐมนตรีได้เดินเข้าห้องรับรองของสถานีการบินกองการบินทหารเรือ เพื่อรอส่งผู้นำจากประเทศต่างๆ ที่ต่างทยอยเดินทางตามมาโดยเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือและตำรวจนับ 10 ลำ ที่ขนผู้นำและเจ้าหน้าที่ติดตามมาลง เพื่อขึ้นเครื่องของผู้นำแต่ละประเทศที่จอดไว้ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ และเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา เครื่องบินของสายการบินเวียดนามได้บินขึ้นจากสนามบินอู่ตะเภาเป็นประเทศแรกหลังจากนั้นเครื่องบินของประเทศต่างๆ เริ่มทยอยบินออกจากสนามบินตามลำดับ

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 13.45 น. วันนี้ (11 เมษายน) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แถลงทางสถานีโทรทัศน์ใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ในพื้นที่พัทยา และ จ.ชลบุรี

โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นรัฐบาลได้ตัดสินใจที่จะเลื่อนการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนบวก3 และบวก6 โดยได้ประชุมร่วมกับผู้นำอาเซียนชาติอื่นๆ และแจ้งผลการตัดสินใจ ซึ่งผู้นำแต่ละประเทศมีความเข้าใจเป็นอย่างดี ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นร่วมทั้งประเทศคู่เจรจา ได้แสดงความขอบคุณที่จัดการประชุมครั้งนี้ ดังนั้นภารกิจของผมและรัฐบาล คือการดูแลความปลอดภัยของผู้นำชาติต่างๆ ทั้งการเดินทางกลับ และการรักษาความสงบเรียบร้อย ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด





**





"ในการนี้จึงได้ใช้อำนาจในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่ร้ายแรงในพื้นที่เมืองพัทยา และจ.ชลบุรี โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายดังกล่าว มอบให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เป็นผู้กำกับการในการปฏิบัติหน้าที่ตามภาวการณ์ฉุกเฉินที่ได้ประกาศไปแล้ว จึงขอประกาศให้ประชาชนทราบโดยทั่วกัน และขอยืนยันอีกครั้ง การตัดสินใจของผม และรัฐบาลอยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ และจะดำเนินการทุกอย่างให้กลับเข้าสู่ความสงบเรียบร้อยโดยเร็วที่สุด" นายกรัฐมนตรี กล่าว

ทางด้านนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จะไม่การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน+3 กับคู่เจรจาแล้ว แต่รัฐบาลยังไม่ยกเลิกการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนแต่อย่างใด โดยคาดว่า จะมีการประชุมใหม่ใน 2-3 เดือนข้างหน้า

ขณะที่นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มเสื้อแดงแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เปิดแถลงข่าวกับสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ หลังจากกลุ่มคนเสื้อแดงบุกเข้าไปภายโรงแรมรอยัลคลิฟบีช รีสอร์ท พัทยา สถานที่จัดการประชุมอาเซียนบวก 3 บวก 6 จนทำให้การประชุมต้องเลื่อนออกไป ว่า วันนี้เป็นวันที่เสื้อแดงต้องแสดงพลังให้ได้รับทราบว่า มวลมหาประชาชนคนเสื้อแดงที่รักประชาธิปไตย ที่มีองค์พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ไม่สามารถทนกับพฤติกรรมของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้ เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ ได้สั่งการให้มีการสลายประชาชนโดยใช้อาวุธปืน ใช้ระเบิด และมีการดักยิงคนขับรถแท็กซี่อีก 2 ราย จนบาดเจ็บสาหัสพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

แกนนำกลุ่มเสื้อแดง กล่าวต่อว่า นายอภิสิทธิ์คือฆาตกร และเป็นอีกผู้หนึ่งที่วางแผนเกี่ยวกับการเอาชีวิตของพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดง ขอบอกกับรัฐบาลว่าภายใน 1 ชั่วโมงที่เราสัญญากันไว้ ถ้าไม่สามารถจับคนที่ทำร้ายคนเสื้อแดงภายใน 1 ชั่วโมง จะบุกเข้าไปในที่ประชุม วันนี้ขอว่าจะต้องจับคนที่ยิงคนเสื้อแดงให้ได้ภายใน 1 ชั่วโมง จึงมีประชามติว่า จะไม่ใช้ความรุนแรงใดๆ ทั้งสิ้นกับผู้ที่ประชุมอยู่ ณ ที่แห่งนี้

"เราจะจัดการกับนายอภิสิทธิ์เพียงคนเดียว เนื่องจากเป็นผู้สั่งการทำให้มีการเสียเลือดเนื้อของคนเสื้อแดง และวันนี้ยังมีการสั่งยิงแท็กซี่อีก 2 คน ดังนั้น การที่คนเสื้อแดงมาตามไล่ล่านั่นหมายความว่าเป็นการทำหน้าที่ของพลเมืองดี ที่จะตามหาคนร้ายที่ดำเนินการสั่งยิงแท็กซี่และประชาชนคนเสื้อแดง" นายอริสมันต์ กล่าว



**







ขณะเดียวกันเมื่อเวลา 12.45 น. กลุ่มเสื้อแดงได้บุกเข้าสู่อาคารที่ประชุมอาเซียนซัมมิท ในโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกระจายกำลังเดินไปตามห้องต่างๆ ภายในโรงแรม พร้อมโบกมือไม้ ชูป้าย และธงแสดงความดีใจ โดยเล็งจะบุกเข้าไปในอาคารประชุมของผู้นำอาเซียน ทำให้เจ้าหน้าที่และผู้ร่วมประชุม สุดยอดผู้นำอาเซียนและประเทศคู่เจรจา ทั้ง 16 ประเทศ ต่างรีบวิ่งหนีออกจากห้องประชุม เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมดบุกเข้าไปเข้าไปภายในได้ต่างโห่ร้องตะโกนแสดงคามยินดี ทำห้การประชุมครั้งนี้ต้องยุติไปโดยปริยาย

โดยนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำฯ ได้ขึ้นบนรถกระจายเสียงปลุกระดมผู้ชุมนุม ให้พยายามเข้าไปด้านในอาคารให้ได้ โดยผู้ชุมนุมบางส่วนพยายามพังประตูกระจกของอาคารพีช ซึ่งเป็นศูนย์ทำงานของสื่อมวลชน และเป็นอาคารที่อยู่บริเวณด้านหน้าสุดแต่ยังไม่สำเร็จ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยปราบจลาจลได้ไปประจำการอยู่ที่บริเวณหน้าอาคารพีช ซึ่งใช้เป็นศูนย์แถลงข่าวและเป็นสถานที่จัดการประชุมของผู้นำอาเซี่ยน




**





หลังจากที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้เกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มเสื้อแดงและเสื้อน้ำเงิน และเกิดเสียงปืนดังขึ้น รวมทั้งระเบิดปิงปอง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 6 คน เป็นกลุ่มเสื้อแดงจำนวน 4 คน หนึ่งในนั้นถูกอาวุธปืนยิงได้รับบาดเจ็บ ส่วนอีก 2 รายเป็นกลุ่มเสื้อน้ำเงิน ได้รับบาดเจ็บจากถูกสะเก็ดระเบิด โดยหลังเกิดการปะทะกัน แกนนำคนเสื้อแดง นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำฯ ได้เข้าเจรจากับเจ้าหน้าที่เพื่อขอเดินทางเข้าไปใกล้สถานที่ประชุมมากขึ้น เพื่อลดการปะทะกันระหว่าง 2 กลุ่ม เจ้าหน้าที่จึงยอมเปิดทาง ทำให้การปะทะหยุดลง

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากเกิดเหตุปะทะระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา บริเวณทางเข้าโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน และ อาเซียน บวก 3 บวก 6 นั้น นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง ได้ขึ้นเวทีปราศรัยที่ทำเนียบรัฐบาล ประณามเหตุรุนแรง


แสดงความคิดเห็น | ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อน | แจ้งเตือนเรื่องไม่เหมาะสม


อ่านความคิดเห็น


ความคิดเห็นที่ 6 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 13/04/2013 เวลา : 21.11 น.
www.oknation.net/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 5 (0)
kruhnoi
...........................
ผบ.ทบ.ก็จะจัดรำลึกที่ทหารต้องตายเพราะฝีมือคนเสื้อแดงที่เปลี่ยนสีเสื้อเป็นสีดำครับ นางธิดาจัดการรวมพลคนเสื้อแดงครั้งนี้คงนึกว่าตัวเองทำได้ข้างเดียว ไม่คิดว่าจะมีคนออกมาแฉ ออกมาต่อต้านครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
kruhnoi วันที่ : 13/04/2013 เวลา : 20.57 น.
www.oknation.net/blog/kruhnoi
You're my destiny !!!. (kruhnoi = ครูหน่อย)...

ขาดสำนึก อย่างแรง คงหวังให้เราลืม ยาก..

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 13/04/2013 เวลา : 19.58 น.
www.oknation.net/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ณ.เมืองลุง
..................
คนเสื้อแดงรำลึกถึงบางอย่าง แต่ไม่จดจำความเลวของตัวเองครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ณ.เมืองลุง วันที่ : 13/04/2013 เวลา : 15.19 น.
www.oknation.net/blog/kongplod
ณ.เมืองลุง

และ ๓ ปี แห่งการเผาเมือง.....

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 13/04/2013 เวลา : 14.32 น.
www.oknation.net/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนสองยุค2503
..........................
ผมเองถึงแม้จะแก่มากแล้ว แต่ถ้าเป็นช่วงที่ยังไหวก็จะไปร่วมแรงร่วมใจด้วยคนครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนสองยุค2503 วันที่ : 13/04/2013 เวลา : 13.52 น.
www.oknation.net/blog/loongsong

ต้องขอโทษนะครับ ช่วงนั้นผมยังเป็น 'ไทยเฉย' อยู่
ด้วยความเบื่อการเมืองบ้านเรา ต่อนี้ไปคง 'เฉย' ไม่ได้แล้ว
เพราะลัทธิ'แม้ว'มันอุบาทย์เกินห้ามใจ