เกียรติอัดพ.ร.บ.กู้เงินไม่โปรงใส



"เกียรติ"อัดพ.ร.บ.กู้เงิน2.2ล้านล้านบาทไม่โปร่งใส ส่อมั่ววงเงินรถไฟสีเขียว-ม่วง3.2หมื่นล้านบาท



นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการอภิปรายร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาทของรัฐบาลว่า ได้ตรวจสอบพบความผิดปกติวงเงินลงทุนในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า2เส้นทางที่วงเงินเพิ่มขึ้นถึง 3.2 หมื่นล้านบาท ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีเขียว เส้นทางจาก หมอชิต- สะพานใหม่-คูคต เป็นโครงการที่ซ้ำซ้อนกับที่เคยเสนอไว้ในพ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ.2556 เดิมระบุมูลค่าลงทุนไว้ 3.8 หมื่นล้านบาท เป็นการจ่ายค่าเวนคืนที่ดินเพียง 634 ล้านบาท แต่เมื่อปรากฎโครงการในร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาท กลับพบว่าวงเงินลงทุนตลอดเส้นทางอยู่ที่ 5.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 2 หมื่นล้านบาท และค่าเวนคืนพุ่งขึ้นเป็น 7.6 พันล้านบาท

นอกจากนั้น ยังมีความผิดปกติของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง เส้นทางบางซื่อ-บางใหญ่ ซึ่งเคยได้รับอนุมัติการลงทุนไปแล้ว และอยู่ระหว่างการก่อสร้างในวงเงิน 4.9 หมื่นล้านบาท แต่ในร่างพ.ร.บ.ใหม่กลับมีการขอวงเงินกู้เพิ่มอีกถึง 1.2 หมื่นล้านบาท ไม่ทราบว่าเพิ่มขึ้นมากขนาดนี้ได้อย่างไร เป็นสิ่งที่สะท้อนว่าร่างพ.ร.บ.กู้เงิน2.2 ล้านล้านบาทฉบับนี้ ขาดความไม่โปร่งใส ซ้ำซ้อน และอาจมีการหมกเม็ดในการใช้เงินลงทุนมหาศาล แต่พี่น้องประชาชนต้องแบกรับภาระหนี้ยาวไปถึง 50 ปี

นายเกียรติ กล่าวอีกว่า รัฐบาลสามารถเปิดสัมปทานให้เอกชนลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงได้โดยที่ประชาชนไม่ต้องแบกภาระวงเงินถึง 8แสนล้านบาท และหากต้องการให้ค่าโดยสารถูกลง รัฐบาลก็สามารถตั้งงบประมาณแผ่นดินมาอุดหนุนซึ่งใช้เงินไม่มาก รวมถึงอีกหลายโครงการที่เอกชนเข้าร่วมลงทุนได้โดยไม่เป็นหนี้สาธารณะ แต่รัฐบาลกลับพยายามออกกฎหมายเพื่อรวบรัดการกู้เงินไว้ทั้งหมด เพื่อให้คนไม่กี่คนมีอำนาจในการตัดสินใจ จึงเชื่อว่ารัฐบาลอยากได้เงินกู้ก้อนนี้เพื่อตอบสนองฐานเสียงทางการเมือง มากกว่าการลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศจริงๆ

“โครงการที่เสนอมาส่วนใหญ่ไม่ตอบโจทย์สำคัญของประเทศ มีการอ้างเรื่องของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ว่าต้องพัฒนาโครงการรองรับฐานการผลิตและส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่ในข้อเท็จจริงปรากฎว่ารถไฟด่วนไปจบที่โคราช หัวหิน ถ้าอย่างนี้ผมมองว่าเป็นรถไฟด้วนมากกว่า อีกทั้งยังไม่เห็นโครงการลงทุนที่เชื่อมต่อท่าเรือทวายในประเทศพม่า และไม่มีระบบรางเชื่อมต่อจากแหลมฉบังไปยังทวายแม้แต่โครงการเดียว"นายเกียรติ ระบุ

นอกจากนั้น ในร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2.2ล้านล้านบาท ยังมีเอกสารเพียง6แผ่น และเขียนเนื้อหาไม่ผูกพันรายละเอียดของทุกโครงการเอาไว้ เท่ากับว่าสภาฯไม่สามารถตรวจสอบได้ รัฐบาลจะลงทุนก่อนแล้วมารายงานทีหลัง หรือจะโยกงบประมาณไปทำอย่างไรก็ได้ ซึ่งขัดกับเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญและหลักการถ่วงดุลของระบอบประชาธิปไตย ที่รัฐบาลมักกล่าวอ้างมาตลอด อีกทั้งเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญให้รัฐบาลอยู่บริหารประเทศในวาระ 4 ปี แต่กฎหมายกลับผูกพันการกู้เงินที่ต้องใช้หนี้ยาวนานถึง 50 ปี สร้างภาระดอกเบี้ยนับล้านล้านบาทไปจนถึงลูกหลาน เป็นหลักการที่ไม่ถูกต้องและไม่สามารถยอมรับกฎหมายฉบับนี้ได้